ลักษณะของชวนชม

 
ชื่อวิทยาศาสตร์:  Adenium obesum 
ชื่อวงศ์:  Apocynaceae
ชื่อสามัญ:  Desert rose, Mock Azalea, Pinkbignonia, Impala lily
ชื่อพื้นเมือง:  ลั่นทมแดง ลั่นทมยะวา
ลักษณะทั่วไป:
    ต้น  เป็นไม้เนื้ออ่อน  อวบน้ำ  ต้นและกิ่งเป็นลำกลม  ผิวค่อนข้างเรียบสีเขียวอมเทา  เปลือกบาง  แตกกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ  ส่วนโคนของลำต้นพองออกมีขนาดรูปทรงใหญ่เล็กแตกต่างกันไปเรียกว่า " โขด " มีไว้สำหรับเก็บน้ำเพื่อรักษาสมดุลของต้น
    โขด  ของชวนชมคือรากที่ใช้สะสมอาหาร เช่นเดียวกับ เผือก มัน หรือพืชที่มีหัวทั่วไป  มีลักษณะบวมออกเป็นหัวขนาดใหญ่อยู่ใต้ดินหรือโผล่ขึ้นเหนือดินมีรูปทรงแตกต่างกันไป
    ใบ  เป็นใบแบบเดี่ยว  ออกเวียนรอบกิ่งคล้ายกังหันหลายๆ ชั้น  และออกหนาแน่นตามปลายกิ่ง  ใบของชวนชมมีหลายลักษณะแตกต่างกันขึ้นกับสายพันธุ์  เช่น ใบรูปไข่  ใบรูปหอก  ปลายใบมีทั้งเว้า มน แหลมและใบตัด  ขอบใบเรียบ หยักหรือเป็นคลื่น  แผ่นใบหนาแข็งเขียวเข้มเป็นมันหรือบางพันธุ์มีขนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ที่ใต้ท้องใบ  มีขนาดใหญ่และเล็กแตกต่างกันไป
    ดอก  ชวนชมจะออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง  ช่อหนึ่งประมาณ 10-20 ดอก  มีทั้งแบบบานพร้อมกันทั้งช่อและทยอยบานครั้งละ 4-5 ดอก  บานได้นาน 10-20 วัน  ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 8-10 ซม.
    •    กลีบเลี้ยง  มีลักษณะเป็นกลีบเล็กๆ 5 กลีบ รูปรี ปลายแหลม ติดอยู่รอบโคนดอกเหนือฐานรองดอก  มีสีแดง เขียว ชมพูอมแดงหรือเหลืองอมเขียว  เมื่อดอกร่วงแล้วกลีบดอกยังติดแน่นอยู่ที่ฐานรองดอก
    •    โคนกลีบดอกหรือหลอดดอก  คือส่วนที่อยู่ต่อจากกลีบเลี้ยงขึ้นมามีลักษณะเป็นทรงกรวยกลมยาว  โคนหลอดเรียวเล็กลงติดกับกลีบเลี้ยง  ปลายบานออกติดกับกลีบดอก
    •    กลีบดอก  มี 5 กลีบ  เรียงติดอยู่รอบโคนกลีบดอกหรือหลอดดอกคล้ายปากแตร  แต่ละกลีบมีรูปทรงหลายแบบ คือ รูปกลม รูปไข่ รูปแถบและรูปรี
    •    เกสรตัวผู้  อยู่ตรงส่วนโคนของหลอดดอก  เป็นรูปกระโจมคลุมยอดเกสรตัวเมีย  ประกอบด้วยละอองเรณู 5 อันเรียงติดกันบนก้านชูเกสรตัวผู้  มีโคนระยางค์เชื่อมต่อจากปลายเกสรตัวผู้ยาวขึ้นไปตลอดหลอดดอก 5 เส้น  ภายในอับละอองเรณูนี้เมื่อแก่พร้อมที่จะผสมเกสร  จะมีละอองเกสรตัวผู้มีลักษณะเป็นขุยสีเหลืองละเอียด
    •    เกสรตัวเมีย  อยู่ตรงส่วนโคนของหลอดดอก  ล้อมรอบด้วยเกสรตัวผู้  ประกอบด้วยยอดเกสรตัวเมีย ก้านชูเกสรตัวเมีย และรังไข่  ยอดเกสรตัวเมียมีรูปกลมสีขาวขุ่น  มีท่อยาวลงไปที่รังไข่ซึ่งอยู่ติดกับฐานรองดอก  ภายในรังไข่มีไข่อ่อน  เมื่อเกสรตัวเมียพร้อมที่จะผสมเกสรจะมีเมือกเหนียวคล้ายแป้งเปียก  และเมื่อมีการผสมพันธุ์ไข่อ่อนภายในรังไข่จะเจริญไปเป็นเมล็ดต่อไป
    ฝัก/ผล  มีลักษณะคล้ายบูมเมอแรงหรือเขาคู่เป็นฝักสองฝักอยู่ติดกัน  ปลายและโคนเรียวแหลมยาวประมาณ 10-30 ซม.  ขั้วของฝักอยู่ตรงตะเข็บแนวเชื่อมระหว่างเขาทั้งสอง  ฝักอ่อนมีสีเขียว  เมื่อฝักแก่จะมีสีน้ำตาลอ่อนตะเข็บแนวเชื่อมจะแตกออก
    เมล็ด  เมล็ดสีน้ำตาลอ่อนเล็กๆ คล้ายเมล็ดข้าวเปลือก  มีขนสีน้ำตาลอ่อนเป็นพู่ติดอยู่ที่ปลายแหลมทั้งสองข้าง  ขนที่ปลายทั้งสองนี้จะช่วยให้เมล็ดปลิวไปตามลมได้ไกล
การปลูก:  ปลูกลงกระถาง  เป็นไม้ประธานสวนหย่อม เหมาะกับสวนกรวด   ปลูกริมถนน ริมสระว่ายน้ำ ริมทะเล
การดูแลรักษา:  ดินโปร่งร่วนซุย มีการระบายน้ำดี  ควรเป็นรดน้ำด้วยน้ำสะอาด  ชอบแดดจัด นิยมใช้ปุ๋ยเม็ดละลายช้า
การขยายพันธุ์:  การปักชำกิ่ง การเสียบยอด การตอนกิ่ง การเพาะเมล็ด
การใช้ประโยชน์:  ไม้ประดับ
ถิ่นกำเนิด:  แอฟริกาตะวันออก แถบแทนซาเนีย เคนยา และ ยูกันดา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น